งูไม่มีพิษ มีกี่ชนิด และมีวิธีป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านได้อย่างไร

งูไม่มีพิษ

งูไม่มีพิษ คือสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่มีพิษในกลุ่มของงู ซึ่งมีหลายชนิด เช่น งูเขียวหัวเหลือง, งูเหลือม, งูเล็กปากแดง ฯลฯ ซึ่งไม่มีพิษแต่อาจมีเขี้ยวและกัดได้ ส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ การรู้จักและระวังตัวกับงูที่ไม่มีพิษนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกับงูที่มีพิษอย่างร้ายแรง วิธีป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านได้มีหลายวิธี เช่น การป้องกันด้วยการตั้งรั้วรอบบ้านหรือใส่แท่นกันงูรอบบ้าน การเก็บของที่เป็นสิ่งที่งูชอบเป็นประจำ เช่น การเก็บฟางข้าว การเก็บไม้แห้ง และการทำความสะอาดบริเวณรอบบ้านเป็นประจำ เพื่อไม่ให้มีที่อยู่อาศัยของงู อย่างไรก็ตาม หากเราพบเห็นงูในบ้านหรือบริเวณรอบบ้าน เราไม่ควรเข้าไปก่อนที่จะมั่นใจว่าเป็นงูที่ไม่อันตราย หากไม่แน่ใจ ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจัดการกับงูให้ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

รู้จักธรรมชาติของงู ความอันตรายที่ป้องกันได้

งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่พบได้ตามธรรมชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก แต่มีความอันตรายต่อมนุษย์เมื่อมีการสัมผัสหรือถูกกัดโดยงูที่มีพิษร้ายแรง โดยประเภทของพิษขึ้นอยู่กับชนิดของงู นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับการกัดจากงูที่ไม่มีพิษ ที่อาจมีผลให้เกิดอาการบวมและปวด ผู้คนนิยมชมชอบกันแล้ว ดอกไม้สีม่วง ก็น่าปลูกติดบ้านไม่แพ้กันที่จะใช้ป้องกันงู หรืออาจมีการติดเชื้อจากแผลจากการกัดของงูที่เป็นพาหะ

การป้องกันควรรู้จักและระวังตัวกับงูที่พบได้ในธรรมชาติ โดยเราควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูกกัดโดยงู รวมถึงมีการรักษาความสะอาดบริเวณรอบบ้าน และไม่ให้มีที่อยู่อาศัยของงู เช่น ไม้แห้ง ฟางข้าว ฯลฯ นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจกับธรรมชาติและวิธีการปฏิบัติต่อศัตรูธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บจากงูได้

สิ่งแรกที่ต้องทำ “เมื่อถูกงูไม่มีพิษกัด”

หากถูกงูไม่มีพิษกัด สิ่งแรกที่ควรทำคือการทำความสะอาดแผลโดยใช้น้ำสะอาดและสบู่หรือแอลกอฮอล์เบอร์ 70% ในการล้างแผล เพื่อล้างออกไปทุกเชื้อโรคและเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแผล หากคนที่โดนงูกัดรู้สึกปวดหรือมีอาการอื่นที่ผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือมีอาการแพ้งู เช่น ผื่นแพ้งู หรือหน้ามืด เช่น ไหว้พระพิฆเนศใช้ธูปกี่ดอก แล้วบังเอิญเจองูกัด ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น หากถูกงูกัดแล้วมีอาการบวมขึ้น มีไข้ เกิดเลือดออก หรือมีอาการอื่นที่รุนแรงขึ้น เช่น หายใจลำบาก ควรรีบเรียกแพทย์หรือโรงพยาบาลทันที เพื่อรับการรักษาฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ดังนั้น เมื่อถูกงูไม่มีพิษกัด ควรจะดูแลแผลอย่างรอบคอบและได้รับการตรวจสุขภาพเพื่อความปลอดภัยต่อไป

งูไม่มีพิษมีชนิดไหนบ้าง

งูไม่มีพิษมีชนิดไหนบ้าง

งูดิน

งูดินเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะเป็นตัวยาวเรียวโค้งงอและมีปากแคบ พบได้ทั่วโลกโดยเฉพาะในทวีปเอเชีย มีลักษณะลำตัวที่แข็งแรงและปกคลุมด้วยเกล็ดหรือหุ้มด้วยชั้นหนังเล็กน้อย จึงทำให้งูดินมีความคล้ายคลึงกับไส้เดือน อย่างไรก็ตาม มีส่วนหางเล็กน้อยและลิ้นสองแฉก การดำรงชีวิตของงูดินจะพึ่งพาการล่าหาอาหาร โดยส่วนใหญ่จะกินสัตว์เล็ก ๆ เช่น ตัวอ่อนแมลง ตัวอ่อนแมลงวัน แมลงปลอดสารเคมี และตัวอ่อนของมด สิ่งอื่น ๆ ที่งูดินกินได้รวมถึงไข่ของสัตว์เล็ก ๆ และปลายหางของตัวเองก็อาจจะกินได้บ้าง งูดินถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยการวางไข่ โดยจะวางไข่ในรูปแบบไข่เยี่ยวม้วนเป็นก้อน ๆ มักอาศัยอยู่ในดินและดินประเภทอื่น ๆ ดังนั้นมนุษย์จึงพบงูดินได้บ่อยครั้งเมื่อขุดดินหรือไถดินในสวนผักหรือที่ดินอื่น ๆ

งูก้นขบ

งูก้นขบเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่พบได้ในทวีปออสเตรเลีย มีลักษณะตัวยาวประมาณ 2 เมตร มีสีน้ำตาลเข้มและมีลายที่ด้านหลัง ลำตัวเรียวเป็นทรงกระบอก ปกคลุมด้วยเกล็ดหรือหุ้มด้วยหนัง เหงือกด้านหลังยาวโค้งเหมือนกล้องและมีขนาดใหญ่ มีสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน งูก้นขบมีสายตาที่ดีและเป็นสัตว์กินเนื้อ ลักษณะอาหารที่ได้รับมากที่สุดคือจำพวกกบและตุ๊กแก นอกจากนี้ งูก้นขบยังกินสัตว์เล็ก ๆ เช่น ตุ๊กแกป่า และแมลง การทำลายของมนุษย์และการสูญเสียที่อยู่ของสัตว์เป็นสาเหตุหลักของการลดจำนวนของงูก้นขบในปัจจุบัน แต่ถูกคุ้มครองโดยกฎหมายในประเทศออสเตรเลีย

งูแสงอาทิตย์

งูแสงอาทิตย์เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะลำตัวยาวโค้งงอ สีเหลืองสดเป็นสีหลักบนลำตัวและมีลายสีน้ำตาลเข้ม มีขนาดใหญ่โดยมักมีความยาวระหว่าง 2-3 เมตร แต่มีบางตัวที่ยาวถึง 5 เมตร งูแสงอาทิตย์เป็นสัตว์กินเนื้อและมักจะล่าหาอาหารตอนกลางคืน สามารถพบได้ทั้งในป่าเขา ทะเลทราย และที่น้ำลึก แต่ส่วนใหญ่จะพบได้ในแถบประเทศออสเตรเลีย ชื่อเรียกของงูแสงอาทิตย์มีต้นกำเนิดมาจากลักษณะของลายที่มีลักษณะคล้ายแสงอาทิตย์ที่ตกลงมาบนลำตัวของมัน นับได้ว่าเป็นสัตว์เหมาะสำหรับการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยตัวเมียจะวางไข่และเลี้ยงลูกจนกระทั่งเติบโตเป็นตัวเต็มวัย สถานการณ์คุ้มครองของงูแสงอาทิตย์ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยปัจจัยการถูกล่าโดยมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม

งูเขียว

งูเขียวเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะลำตัวยาวโค้งงอ มีสีลำตัวเขียวเข้มและมีลายสีขาวหรือสีเหลืองอยู่บนลำตัว มีขนาดใหญ่โดยมักมีความยาวระหว่าง 1.5-2 เมตร แต่มีบางตัวที่ยาวถึง 3 เมตร งูเขียวมีสายตาที่ดีและเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารที่ได้รับมากที่สุดคือตุ๊กแก แต่ก็ยังจะกินสัตว์เล็ก ๆ เช่น แมลง ตัวอ่อนของสัตว์ และฟางข้าว การทำลายของมนุษย์และการสูญเสียที่อยู่ของสัตว์เป็นสาเหตุหลักของการลดจำนวนของงูเขียวในปัจจุบัน ในบางพื้นที่งูเขียวถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์และได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายในบางประเทศ

งูปี่แก้ว

งูปี่แก้ว เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะคล้ายงูในวงศ์ของวงศ์งูที่มีชื่อว่า Colubridae โดยมักพบในป่าเขา ป่าชายเลน และบริเวณที่มีน้ำตื้น ๆ ในบางพื้นที่ของประเทศไทย ลักษณะของ “งูปี่แก้ว” จะมีลำตัวยาวประมาณ 1-2 เมตร มีสีเขียวอมเหลืองหรือสีน้ำตาลเข้ม หัวเล็ก ๆ มีตา 2 ตา และมีลำตัวแบน เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่เป็นอันตรายต่อคน แต่ถ้าถูกกัดจะทำให้เป็นแผลบวมแดงได้ ดังนั้นเมื่อเจอ “งูปี่แก้ว” ควรหลีกเลี่ยงหรือมีความระมัดระวังเพื่อป้องกันอันตรายได้

งูเหลือมเป็นงูที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับน้ำหนัก มีปากใหญ่ ฟันแหลมคม ขากรรไกรแข็งแรงมาก และความยาวของลำตัว มีนิสัยดุร้ายแต่ไม่มีพิษ งูเหลือมมีตัวสีน้ำตาลเหลืองเมื่อมีอายุมากขึ้นพื้นตัวจะเข้มเป็นสีน้ำตาลแดง มีลายแบ่งเป็นวงมีหลายสี สีบนหัวมักจะสีอ่อน บริเวณกลางหัวด้านบนมีเส้นสีดำจากท้ายทอย มาเกือบถึงปลายปากเรียกว่า ศรดำ ตามตัวมีลายดำเป็นลักษณะตาข่าย ภายในวงตาข่ายดำสีเหลืองอ่อน มีสีขาว

งูเหลือมผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์และมีระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 80 วัน วางไข่ครั้งละ 30-50 ฟอง และฟักไข่นาน 90 วัน ตัวเมียจะขดตัวกินอาหารตลอดเวลาและจะไม่กินอาหารเมื่อกำลังฟักไข่ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมเป็นช่วงที่ลูกงูเหลือมฟักออกจากไข่มากที่สุดงูเหลือมจะมีอายุประมาณ 30-35 ปี โดยสามารถพบได้ในป่าชื้นและป่าดิบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางพื้นที่ของออสเตรเลีย

การป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านทำได้อย่างไร

การป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านนั้นมีหลายวิธี ดังนี้

  • รักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด ไม่มีขยะหรือสิ่งที่อาจเป็นที่อยู่อาศัยของงู เช่น ไม้ล้ม ซากสัตว์ เป็นต้น
  • ●      ตัดหญ้าและพืชที่ยืนต้นสูงตามขอบบ้าน เพราะเป็นที่อยู่อาศัยของงูหลายชนิด
  • ปิดรอยรั่วไหลที่อาจเป็นทางเข้าของงู เช่น รอยรั่วของระบบระบายน้ำ รอยรั่วของประตูหน้า หรือหลอดระบายอากาศ
  • ติดตั้งแท่นกลั่นอากาศภายในบ้าน เพื่อลดกลิ่นอากาศที่อาจดึงดูดงูเข้ามา
  • ใช้สารไล่งู เช่น สารสกัดจากพืช หรือสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องใช้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  • กั้นรั้วบริเวณรอบบ้านด้วยวัสดุที่งูไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านได้ เช่น แผ่นเหล็ก หรือวัสดุที่มีรอยต่อกันแน่นขนาดไม่ใหญ่เกินไป
  • ระวังไม่ใช้ที่ว่างของบ้านเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะอาจเป็นที่อยู่อาศัยของงูได้

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา