ปลาทอง เลี้ยงปลาทอง ปลามงคลสวยงาม เสริมฮวงจุ้ย

ปลาทอง

ปลาทอง นั้นเป็นหนึ่งในปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เหตุผลหลักคือไม่เพียงแต่มีสีสันที่สวยงาม แต่ยังมีความเชื่อที่ว่าเป็นปลามงคลด้วย ชื่อทางภาษาอังกฤษของปลาทองคือ Goldfish มีกำเนิดมาจากประเทศจีน ณ ปัจจุบันมีมากกว่า 200 ชนิดของปลาทอง ลักษณะสามารถแตกต่างไปตามสายพันธุ์ จุดเด่นที่ทำให้แต่ละสายพันธุ์ของปลาทองมีความแตกต่างกันได้แก่ รูปร่างของร่างกาย รูปร่างของตา ความยาวและรูปร่างของครีบทั้งหมด อายุเฉลี่ยของพวกเขาอยู่ที่ประมาณ 10-15 ปี

สายพันธุ์ปลาทองที่นิยมเลี้ยง

  • ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น (Ranchu) ปลาทองหัวสิงห์ญี่ปุ่น เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มปลาทองหัวสิงห์ ซึ่งถูกพัฒนาโดยชาวญี่ปุ่นขึ้นมา เนื่องจากมีหัววุ้นละเอียดและหนา ลำตัวสั้น หลังโค้งมน ครีบหางสั้น และครีบก้นเป็นคู่ มีขนาดที่เท่ากัน
  • ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสม (Hybrid Lionhead) ปลาทองหัวสิงห์ลูกผสมเป็นสายพันธุ์ที่มีการเพาะพันธุ์ในประเทศไทย มีหัววุ้นขนาดปานกลาง สันหลังโค้งมน และมีครีบหางสั้นกว่าเมื่อเทียบกับปลาทองหัวสิงห์จีน
  • ปลาทองหัวสิงห์สยาม (Siamese Lionhead) ปลาทองหัวสิงห์สยามหรือหัวสิงห์ตามิด เป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะคล้ายกับหัวสิงห์ญี่ปุ่น มีวุ้นปกคลุมบริเวณหัวหนาแน่นจนมองไม่เห็นตา ลำตัวคล้ายหัวสิงห์ญี่ปุ่น โดยมีสีดำสนิททั้งลำตัวและครีบ
  • ปลาทองออรันดาหัววุ้น (Dutch Lionhead) ปลาทองออรันดาหัววุ้นมีลักษณะเด่นคือ มีหัววุ้นสีเหลืองส้มคล้ายสายพันธุ์หัวสิงห์ แต่มีขนาดเล็กกว่า ลำตัวใหญ่สีขาว-เงิน มีครีบครบทุกส่วน และมีหางยาวสวยงาม
  • ปลาทองริวคิน (Ryukin) ปลาทองริวคินเป็นสายพันธุ์ที่มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม ลำตัวกลมสั้น มีสีแดงสลับขาว บางชนิดอาจมีมากถึง 5 สี

นอกจากนี้ยังมีสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น ปลาทองตาโปน, ปลาทองหัวสิงห์จีน, ปลาทองหัวสิงห์ตากลับ, ปลาทองหัวสิงห์ตาลูกโป่ง และปลาทองเกล็ดแก้ว ที่เป็นที่นิยมในการเลี้ยงเพื่อเข้าประกวดกันในวงการอันแข่งขันของปลาทองเลขห้องมงคลในประเทศไทย

เลี้ยงปลาทอง

ในการตั้งตู้ปลาทองในบ้าน ควรทราบถึงหลักการที่สำคัญ 5 อย่างดังนี้

ในศาสตร์ของฮวงจุ้ย ปลามักถูกนำไปเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์ ในขณะที่น้ำคือเงินทองและความมั่งคั่ง การตั้งตู้ปลาในบ้านจึงเป็นที่นิยม โดยเฉพาะตู้ปลาทอง เชื่อว่าจะนำโชคลาภเงินทองหรือพลังงานดี ๆ เข้ามาให้แก่เจ้าของบ้าน แต่หากตั้งผิดหรือดูแลไม่ดีก็อาจให้ผลตรงข้าม

การตั้งตู้ปลาทอง ความเชื่อในบ้านมีความสำคัญมากในศาสตร์ของฮวงจุ้ย เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าจะช่วยเสริมดวงด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถเลือกทำเลที่ตั้งตู้ปลาทองได้ตามหลักฮวงจุ้ยและแผนที่พลังฮวงจุ้ยต่าง ๆ ดังนี้

  1. เสริมดวงด้านใดให้ทำเลช่วย : ในฮวงจุ้ยมีแผนที่พลังฮวงจุ้ยหรือ “แผนที่พลังฮวงจุ้ย” ซึ่งแบ่งพลังงานฮวงจุ้ยออกเป็น 8 ทิศ แต่ละทิศจะสัมพันธ์กับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต ดังนั้นการตั้งตู้ปลาทองควรเลือกทำเลที่เชื่อมโยงกับด้านที่ต้องการเสริมดวง เช่น หากต้องการเสริมดวงการงานและความสำเร็จ อาจพิจารณาทิศตะวันตก เนื่องจากเชื่อว่าจะส่งเสริมเรื่องการงานและความสำเร็จ
  2. การเลือกทิศที่เหมาะสม : มีความเชื่อว่าการตั้งตู้ปลาทองในทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านจะเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเชื่อว่าเป็นทิศที่ส่งเสริมเรื่องโชคลาภและเงินทอง เป็นอย่างมาก แต่ก็ควรพิจารณาว่าสถานที่ตั้งสอดคล้องกับหลักฮวงจุ้ยหรือไม่ และสามารถกระตุ้นพลังของธาตุให้เข้ามาตรงในบ้านได้
  3. การเลือกธาตุที่เหมาะสม : นอกจากการเลือกทิศที่เหมาะสมแล้ว ยังควรพิจารณาธาตุที่เกี่ยวข้องกับแผนที่พลังฮวงจุ้ย ซึ่งธาตุทองเป็นธาตุที่ช่วยเสริมพลังของธาตุน้ำ ดังนั้นการตั้งตู้ปลาทองจึงเป็นที่นิยม เพราะเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นโชคลาภและเงินทอง
  4. การเลือกทำเลที่ไม่ใช่ห้องนอนหรือครัว : ควรเลือกทำเลที่ไม่ใช่ห้องนอนหรือครัว เนื่องจากห้องเหล่านี้มีพลังงานต่าง ๆ ที่อาจมีการขัดขวางกับพลังของตู้ปลาทอง และอาจส่งพลังที่ไม่ดีเข้ามาในบ้าน
  5. การตรวจสอบทิศทางและพื้นที่ : ควรพิจารณาการตั้งตู้ปลาทองในพื้นที่ที่เหมาะสมและไม่มีข้อบกพร่อง เช่น ใกล้ประตูใหญ่เพื่อให้สามารถเรียกพลังเข้ามาได้ง่าย และหลีกเลี่ยงการตั้งในบริเวณที่ห่างไกลจากจุดรับพลังหลักของบ้าน

รูปทรงของตู้ปลาทองมีความสำคัญเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับธาตุ 5 อย่างและหลักฮวงจุ้ยดังนี้

  1. ธาตุน้ำ : สัมพันธ์กับรูปทรงกลมหรือโค้งเป็นคลื่น เป็นรูปทรงที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากสอดประสานทุกอย่างเข้าหากันอย่างกลมกลืน แต่การหาตู้ปลาทองทรงกลมที่พอเหมาะกับจำนวนปลาทองและการตกแต่งบ้านอาจมีความยากลำบาก
  2. ธาตุดิน : สัมพันธ์กับรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากธาตุดินกักขังธาตุน้ำ ยกเว้นการตั้งในทิศตะวันตกหรือตะวันตกเฉียงเหนือที่ธาตุทองช่วยข่มพลังของธาตุดินได้
  3. ธาตุไฟ : สัมพันธ์กับรูปทรงสามเหลี่ยม แต่ไม่เป็นที่นิยมและดูแลยาก เนื่องจากธาตุไฟพิฆาตธาตุน้ำ
  4. ธาตุไม้ : สัมพันธ์กับรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ธาตุไม้เชื่อว่าช่วยเสริมธาตุน้ำและเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต จึงเป็นที่นิยมในการใช้เป็นตู้ปลาทอง
  5. ธาตุทอง : สัมพันธ์กับรูปทรงกลมเช่นเดียวกับธาตุน้ำ

ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและทรงโค้งกลมเป็นรูปทรงที่นิยมมากที่สุด เป็นการรวมรูปทรงที่มีความสัมพันธ์ด้วยกันในการเลือกใช้ตู้ปลาทอง ส่วนตู้ปลาทองทรงหลายเหลี่ยม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยก่อนใช้เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการเลือกใช้งานวิธีกำจัดแมลงสาบในห้องน้ำ

จำนวนปลาทอง ตามหลักฮวงจุ้ย

การเลือกจำนวนปลาทองที่จะเลี้ยงมีความสำคัญตามหลักฮวงจุ้ยดังนี้

  1. การใช้ตัวเลขที่สัมพันธ์กับหลักหยินหยาง : ตามศาสตร์นี้ เลขคู่ถือเป็นมงคลมากกว่าเลขคี่ เนื่องจากเลขคี่มักสัมพันธ์กับหยางซึ่งมีความหมายของการบาดเจ็บ จึงไม่นิยมกันมากนัก
  2. การใช้ตัวเลขที่ออกเสียงพ้องกับคำมงคล : เลข 9 เป็นเลขที่มีมงคลสูงสุดเนื่องจากมีความหมายเช่น “มีเหลือกินเหลือใช้” หรือ “ยั่งยืน ยาวนาน” เลขอื่น ๆ ที่ออกเสียงพ้องกับคำมงคลด้วยก็มักมีความนิยม
  3. การใช้ตัวเลขตามหลักแผนผังลั่วซู (Luo Shu Diagram) : โดยแผนผังนี้แบ่งพลังจักรวาลเป็น 9 ชนิด แต่ในปี 2004-2024 จะตกอยู่ในยุคที่ 8 ซึ่งในแผนผังลั่วซูเลข 8 แทน “ความมั่งคั่งในปัจจุบัน” และเลข 9 แทน “ความมั่งคั่งในอนาคต” ซึ่งมักมีความหมายที่ดีในทางโชคลาภ

การเลือกจำนวนปลาทองในการเลี้ยงนั้นมีความสำคัญตามหลักฮวงจุ้ยที่ผู้คนนิยมใช้ในการตัดสินใจ โดยการเลือกใช้ตัวเลขที่มีความหมายมงคลและสัมพันธ์กับหลักฮวงจุ้ยจะช่วยเสริมความเชื่อในการนำโชคลาภมาสู่ชีวิตของตนเองได้ในทางที่ดีที่สุด

การเลือกสีของปลาทองมีความสำคัญอย่างมากเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับธาตุต่าง ๆ ในหลักฮวงจุ้ย

  • ธาตุน้ำ : สัมพันธ์กับสีดำและสีน้ำเงิน
  • ธาตุดิน : สัมพันธ์กับสีเหลืองและสีน้ำตาล
  • ธาตุไฟ : สัมพันธ์กับสีแดง, สีเหลืองเข้ม, สีส้ม, สีชมพู และสีม่วง
  • ธาตุไม้ : สัมพันธ์กับสีเขียวและสีหยก
  • ธาตุทอง : สัมพันธ์กับสีทอง, สีเงิน และสีขาว

ในการเลือกสีของปลาทองในตู้ปลาทองที่ตั้งตามหลักฮวงจุ้ยนั้นควรเน้นให้สีสำคัญอยู่ในธาตุทองเป็นหลัก เพราะธาตุทองจะส่งเสริมให้เกิดความมั่งคั่งและโชคลาภมากขึ้น รองลงไปคือสีดำซึ่งเป็นสีของธาตุน้ำ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไปเพราะธาตุน้ำมีอยู่มากอยู่แล้วจากน้ำที่ไหลเวียนอยู่ในตู้

มีบางคนเชื่อว่าสีดำอาจดึงดูดพลังงานที่ไม่ดีและรับเอาความโชคร้ายไปทำลาย เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่จึงเลี้ยงปลาทองที่ตู้ปลามีสีสดใสเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีสังเกตว่ามีบางส่วนของปลาทองแก้มป่องที่เป็นสีดำเพื่อช่วยรับอุบัติเหตุหรือความโชคร้ายแทนเจ้าของ และเมื่อปลาสีดำตายลงก็จะต้องรีบเปลี่ยนปลาใหม่มาแทนที่โดยเร็ว รวมทั้งต้องทำพิธีศพให้ด้วย

สำหรับปลาทองที่มีสีสัมพันธ์กับธาตุอื่น ๆ ก็สามารถเลี้ยงในตู้ปลาทองร่วมกันได้เช่นกัน โดยการเลือกสีที่สดใสจะช่วยดึงดูดพลังงานบวกมากขึ้น แต่ไม่ควรให้เป็นสีหลักเนื่องจากอาจส่งผลต่อสมดุลของพลังงานตามธาตุได้

การตั้งตู้ปลาทองไม่ใช่เรื่องยากเท่ากับการดูแลรักษาให้ตู้มีสภาพดีและน้องปลาทองมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเช่นเดียวกัน ซึ่งมือใหม่มักคิดว่าปลาทองเป็นปลาที่เหมาะกับการเริ่มต้นเลี้ยง แต่ความจริงแล้ว การเลี้ยงปลาทองมีความยากมากพอสมควรและตายได้ง่าย 

สำหรับผู้เริ่มต้นควรคำนึงถึงหลักการสำคัญทั้ง 3 ด้านดังนี้

  1. พื้นที่และขนาดอุปกรณ์ในการเลี้ยง : สำหรับปลาทองขนาด 1.5-3 นิ้วควรเลี้ยง 1 ตัวต่อน้ำ 30-40 ลิตร ยิ่งความหนาแน่นน้อยเท่าไหร่ ปลาจะโตเร็วขึ้น แต่ควรให้พื้นที่พอสมควรเพื่อปรับขนาดของตู้และปลาให้เหมาะสม โดยตู้ที่ใหญ่จะช่วยคงความเสถียรภาพของอุณหภูมิและสสารในตู้ได้ดี ส่วนอุปกรณ์กรองและวัสดุกรองควรเลือกให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและปลาในตู้เพื่อความสมดุล
  2. คุณภาพของน้ำ : น้ำที่ใสและสะอาดมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลักฮวงจุ้ย ควรใช้น้ำที่ผ่านการพักเก็บไว้ก่อนจะใส่ในตู้ปลา หรือใช้น้ำจากเครื่อง RO ในการเติมน้ำในตู้ เพื่อป้องกันคลอรีนและสารพิษอื่น ๆ ในน้ำประปาที่อาจเป็นอันตรายต่อปลา การทำความสะอาดตู้ปลาและการเปลี่ยนน้ำเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรทำการเปลี่ยนน้ำประมาณ 20% ทุกสัปดาห์
  3. การทำความสะอาด : ปลาทองมีแนวโน้มที่จะปล่อยของเสียและเมือกเป็นจำนวนมาก จึงต้องรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดโดยการเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ควรเปลี่ยนน้ำบ่อยมากเกินไป เพื่อป้องกันการสะสมของอนุภาคของขยะในน้ำ และควรให้อาหารปลาบ่อย ๆ แต่ครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ปลากินเท่านั้น การเพิ่มการไหลเวียนของน้ำในตู้เป็นสิ่งสำคัญอีกด้วย เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ และเสริมการไหลของพลังงาน ที่สำคัญควรให้น้ำไหลในทิศทางที่เข้าสู่บ้านเพื่อเรียกโชคลาภเงินทอง เพื่อให้พลังงานดีไหลออกจากบ้านไปบ้านนอกเท่าที่จะเป็นไปได้
เลี้ยงปลาทอง

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา