ขายคอนโดมือสองต้องทำอะไรบ้าง ถ้ายังผ่อนไม่หมด และสิ่งที่คุณต้องรู้ในปี 2024

ขายคอนโดมือสอง

คอนโดรูปแบบใหม่ที่ผสานความทันสมัยและเทคโนโลยีอย่างลงตัวทำให้ผู้คนต้องการเป็นเจ้าของอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากคอนโดกลายเป็นภาระที่แบกรับไม่ไหว จำเป็นต้องขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมดออกสู่ตลาดเพื่อลดภาระหนี้ที่ต้องรับผิดชอบ นั่นทำให้หลายคนมีความกังวลว่าการขายคอนโดมือสองที่ยังผ่อนไม่หมดนั้นจะขายได้หรือไม่ และหากมีโอกาสที่จะขายได้ จะต้องดำเนินการอย่างไรบ้างวันนี้เรามีคำตอบ 

การเริ่มต้นในการขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมดมีขั้นตอนที่ควรทำ เพื่อให้กระบวนการขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด นี่คือขั้นตอนที่คุณควรทำ

1. คุยกับธนาคาร

เริ่มต้นด้วยการพบกับตัวแทนธนาคารที่ให้สินเชื่อสำหรับคอนโดของคุณ หากคุณต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้หรือลดจำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือน ควรทำการพิจารณาและขอคำปรึกษาจากธนาคารเพื่อปรับแต่งได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ควรแจ้งธนาคารเมื่อคุณต้องการขายคอนโด เพื่อที่จะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะต้องจ่ายในกระบวนการขาย

2. ประกาศขาย

หลังจากนั้นคุณต้องหาผู้ซื้อ ในกรณีที่ต้องการขายคอนโดที่ยังผ่อนไม่หมด วิธีที่ดีที่สุดคือการประกาศขายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ หรือให้นายหน้าช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ หรือคุณยังสามารถติดต่อธนาคารที่คุณกู้เงินมาเพื่อให้ช่วยหาลูกค้าให้

3. ระวังค่าใช้จ่าย

ขณะที่คุณกำลังจะขายคอนโด ควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการขาย ธนาคารที่ให้สินเชื่ออาจมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่คุณต้องรับผิดชอบ เพื่อที่คุณจะสามารถวางแผนได้ล่วงหน้าและไม่เกิดปัญหาทางการเงินในภายหลัง

1. การทำสัญญาซื้อขายกับผู้ซื้อก่อน การทำสัญญานี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ซื้อจะนำสัญญาไปยื่นกู้กับธนาคารเพื่อได้รับเงินกู้สำหรับการชำระค่าคอนโดที่จะถูกขายในกรณีที่ต้องการกู้เงินจากธนาคาร ในสัญญาซื้อขายจะระบุข้อตกลงที่สำคัญต่าง ๆ ไว้โดยละเอียด

2. หลังจากที่ผู้ซื้อได้ทำการกู้เงินจากธนาคารเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนถัดไปคือการนัดพบที่กรมที่ดินเพื่อทำการจดทะเบียนนิติกรรม ในกระบวนการนี้ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นผู้ให้สินเชื่อพร้อมกัน เนื่องจากขั้นตอนในวันนั้นจะประกอบด้วยข้อตกลงต่อไปนี้

  • การจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองห้องชุด เป็นการจดทะเบียนเพื่อให้ธนาคารที่เป็นผู้จำนองคอนโดไถ่ถอนห้องชุดนั้น ๆ ให้กับผู้ขาย โดยค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับกรมที่ดินมีค่าไม่เกิน 5 บาท
  • การจดทะเบียนการขายห้องชุด เป็นการจดทะเบียนระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อระบุว่าผู้ขายได้ทำการขายห้องชุดให้กับผู้ซื้อ ซึ่งค่าธรรมเนียมในการทำสัญญาซื้อขายนี้จะคิดจากร้อยละ 2 ของมูลค่าประเมินทุนทรัพย์ของห้องชุดนั้น ๆ
  • การจดทะเบียนการจำนองห้องชุด เป็นกระบวนการที่ทำการจดทะเบียนระหว่างผู้ซื้อและธนาคารที่จะรับจำนอง ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เฉพาะกับผู้ซื้อเท่านั้น

ค่าใช้จ่ายในกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคอนโดมิเนียมนั้นมีหลายรายการที่ผู้ที่ต้องการที่จะซื้อหรือขายต้องพิจารณาอย่างละเอียดดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายในการถอนจำนอง : ผู้ขายจะต้องชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการถอนจำนองกับธนาคารที่รับจำนอง เนื่องจากในกรณีที่คอนโดมิเนียมยังไม่ชำระครบ ธนาคารยังคงถือครองสิทธิ์ ผู้ขายควรติดต่อธนาคารเพื่อสอบถามค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าปิดบัญชี หรือค่าธรรมเนียมไถ่ถอนก่อนครบกำหนด
  • ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการขาย : จำนวน 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์จะถูกเรียกเก็บเมื่อมีการทำรายการขายคอนโด
  • ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ : มีการคำนวณเป็นร้อยละ 3.3 ของราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยผู้ซื้อที่มีคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นเจ้าของไม่เกิน 5 ปี จะต้องชำระค่าภาษีนี้ ซึ่งหากมีการชำระแล้ว ภาษีอากรร้อยละ 0.5 จะถูกลดลง
  • ค่าภาษีอากร : ร้อยละ 0.5 ของราคาซื้อขาย การชำระภาษีนี้จะขึ้นอยู่กับราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน หากราคาขายต่ำกว่าราคาประเมิน จะทำให้ภาษีนี้ลดลง
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย : มีผลต่อการชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับราคาขาย
  • ค่าจดจำนอง : เป็นค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อที่ต้องชำระเพื่อกระทำการจดจำนอง
  • ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด : รวมถึงค่าประกันมิเตอร์น้ำ ค่าประกันมาตรวัดไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายส่วนกลาง เป็นต้น
เอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องมีในการซื้อ ขายคอนโด
  • บัตรประชาชนและสำเนา เพื่อยืนยันตัวตนของคุณในกระบวนการทำสัญญาซื้อ-ขาย
  • ทะเบียนบ้านและสำเนาแสดงถึงความเป็นเจ้าของที่อยู่ปัจจุบันของคุณ ซึ่งอาจจะต้องทำการอัพเดทหลังจากที่ซื้อ-ขายคอนโดเสร็จสิ้น
  • โฉนดห้องชุด เป็นเอกสารสิทธิในทรัพย์สิน ที่ยืนยันว่าคุณมีสิทธิเต็มที่ต่อคอนโดของคุณ
  • หนังสือปลอดหนี้หรือใบปลอดหนี้ หนึ่งในเอกสารที่สำคัญสามารถขอได้จากนิติบุคคลของคอนโด เพื่อยืนยันว่าไม่มีหนี้สินค้าค้างชำระที่เกี่ยวข้องกับคอนโดนั้น ๆ หากขาดหายไปอาจทำให้ไม่สามารถดำเนินการซื้อ-ขายได้

การลงทุนในคอนโดมิเนียมเป็นหนึ่งในวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์ทรัพย์สินและวางแผนอนาคตทางการเงินของคุณ หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการซื้อหรือขายคอนโดในปี 2024 นี้ มีหลายสิ่งที่ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนเพื่อให้การตัดสินใจของคุณเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้นเราได้รวบรวมข้อมูลสำคัญเหล่านี้เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมในการเข้าสู่ตลาดคอนโดในปีนี้

1. ทำเลดีที่สุด

การเลือกที่อยู่ของคอนโดมิเนียมมีผลต่อคุณภาพชีวิตของคุณและมูลค่าทรัพย์สินในอนาคต ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ใกล้เคียง เช่น การเดินทาง ร้านค้า โรงเรียน และสวนสาธารณะ เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนของคุณ

2. ข้อมูลตลาด

วิเคราะห์ข้อมูลตลาดทรัพย์สินเพื่อเข้าใจแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น ดูที่ราคาขายและการเช่าในพื้นที่นั้น รวมทั้งปัจจัยทางเศรษฐกิจที่อาจมีผลต่อตลาดคอนโดในปีนี้

3. ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายส่วนกลางของคอนโดที่คุณสนใจ ซึ่งรวมถึงค่าส่วนกลาง ค่าบำรุงรักษา และบริการอื่น ๆ นอกจากนี้การตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการคอนโดมิเนียมนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ

4. สภาพทรัพย์สิน

ตรวจสอบสภาพทรัพย์สินอย่างละเอียดเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ เพื่อให้คุณมั่นใจในการลงทุนของคุณ

5. กฎหมายและข้อจำกัด

ทราบถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคอนโด และตรวจสอบข้อจำกัดที่อาจมีต่อคุณเอง รวมถึงนโยบายสัมปทานของคอนโดและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

6. การเงิน

ตรวจสอบแผนการเงินของคุณอย่างรอบคอบ และตระหนักถึงอัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายส่วนต่าง ๆ และการจัดหาเงินทุน โดยคำนึงถึงความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง

ซื้อขายคอนโด

ในปัจจุบันการซื้อขายคอนโดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใหม่ หรือคอนโดมือสองก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ดังนั้นก่อนการซื้อขายคอนโดคุณจะต้องรู้เกี่ยวกับข้อมูลการซื้อขาย และแกสารต่าง ๆ ในการซื้อขายเพื่อให้คุณสามารถขายคอนโดได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

Subscribe
Notify of
guest
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา