มอนสเตอร่า ราชินีแห่งไม้ใบที่สามารถปลูกในบ้านได้

มอนสเตอร่า (Monstera, Swiss Cheese Plant) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า พลูฉีก หรือ พลูแฉก มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง พบมากตามป่าดิบชื้น เป็นไม้ต้นในวงศ์ Araceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monstera deliciosa Liebm ลำต้นมีขนาดสั้น จัดอยู่ในประเภทไม้เลื้อย สูงได้ถึง 4 เมตร มีลักษณะเด่นคือมีใบเดี่ยวขนาดใหญ่ โคนใบเว้าลึกเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักลึกเกือบถึงเส้นกลางใบ 5 แฉก แผ่นใบหนา ผิวมันทั้งใบสีเขียวเข้มและใบมอนสเตอร่าด่าง ออกดอกตามซอกใบผลมีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและมีกลิ่นแรง

มอนสเตอร่า

ทำไม Monstera ถึงได้รับความนิยมในประเทศไทย ?

มอนสเตอร่า กลายเป็นต้นไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเริ่มปลูกกันมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิดที่ผ่านมา รวมถึงได้รับความนิยมจากคนในวงการบันเทิงพร้อมกับเอกลักษณ์ความสวยงามของต้นมอนสเตอร่าที่สามารถปลูกประดับในบ้านได้ อีกทั้งยังช่วยดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายในอากาศ ทั้งฟอร์มัลดีไฮด์และเมทิลีนคลอไรด์ส่งผลให้ Monstera กลายเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันนั่นเอง

สายพันธุ์ มอนสเตอร่า ที่ได้รับความนิยม

ต้น Monstera มีมากกว่า 50 สายพันธุ์ แต่ที่นิยมปลูกประดับภายในบ้านมีประมาณ 7 สายพันธุ์ ดังนี้

1. Monstera Deliciosa

Deliciosa เป็นสายพันธ์ไม้ดอกคลาสสิกที่เราทุกคนรู้จักและชื่นชอบ และพบได้บ่อยที่สุด เป็นพันธุ์ที่มีใบรูปหัวใจขนาดใหญ่สวยงาม และนิยมปลูกในเรือนเพาะชำและเป็นต้นไม้ประดับในบ้านยอดนิยมอีกชนิดหนึ่ง

การดูแลทั่วไป: มอนสเตอร่า วิธีดูแล ต้องการแสงปานกลาง ชอบสภาพชุ่มชื้น รดน้ำทุก 1-2 สัปดาห์ เมื่อดินแห้ง เนื่องจากเป็นพืชที่โตเร็วและสูงได้เกือบ 10 ฟุต จึงควรตัดแต่งกิ่งเป็นครั้งคราวเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต

2. Monstera Borsigiana

Borsigiana เป็นไม้เถาหรือไม้เลื้อย มีลำต้นยาวรูปร่างของใบคล้ายกับเดลิโอซ่า แต่มีขนาดเล็กกว่าและมีอัตราการเติบโตที่เร็วกว่า หากต้องการแยกให้สังเกตว่า deliciosa มีรูปแบบใบไม้ที่สะอาดส่วน Borsigiana ลำต้นยาวและดูเหมือนไม้เลื้อย ในพืชที่โตเต็มที่ ใบมักจะเป็นร่องเป็นสองแถว ซึ่ง บอร์สิเจียน่า ใบมินต์ด่างก็มีราคาซื้อขายที่สูงมากเช่นกัน

การดูแลทั่วไป : ถ้าดูแลดี อาจสูงได้ถึง 3-5 เมตร ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งเพราะโตเร็ว พืชต้องการแสงแดดโดยตรงในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ต้องการความชื้นเฉลี่ยถึงสูง 40% รดน้ำปานกลาง ให้ส่วนผสมในกระถางไม่ชื้น และปล่อยให้ด้านบนแห้งก่อนที่จะรดน้ำอีกครั้ง

3. Monstera Adansonii

Adansony หรือ พลูฉลู เป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทยเช่นกัน มันคล้ายกับเดลิโอซ่าแต่มีขนาดเล็กกว่ามากและเป็นไม้เลื้อย ใบสีเขียวเข้มรูปหัวใจมีรู บางใบมีลักษณะกลม บางใบเรียว ลักษณะของใบมีรูมาก จึงเรียกว่า พลูฉลุ และรากมักจะกินพื้นที่ประมาณ 50% ของพื้นที่ใบ

การดูแลทั่วไป : เป็นพันธุ์ที่มีการบำรุงรักษาต่ำและดูแลรักษาง่าย รดน้ำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ดินชุ่มชื้นเล็กน้อย เหมาะมากสำหรับปลูกในห้องนอน

4. Monstera Dubia

Monstera Dubia เป็นหนึ่งในมอนสเตอร่าหลายประเภทที่สวยงามและหายาก ใบเป็นรูปหัวใจขนาดเล็กที่มีลวดลายเป็นเส้นสีเขียวอ่อนและเข้ม เติบโตเหมือนเถาที่มีลำต้นสั้นและใบที่เลื้อยอย่างสง่างาม แต่ใบของพืชจะไม่เจริญจนกว่าพืชจะโตเต็มที่ เหมาะสำหรับวางบนกระดานพื้นหลังหรือสวนขวดแก้ว

การดูแลทั่วไป : การบำรุงรักษาต่ำและปลูกง่ายในสภาพที่เหมาะสม ควรรดน้ำทุก 7 ถึง 10 วันเมื่อหน้าดินแห้ง และวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง รวมถึงต้องการความชื้นที่สูงกว่า 50%

สายพันธุ์มอนสเตอร่าที่ได้รับความนิยม

5. Monstera Obliqua

Monstera Obigua เป็นไม้ประดับที่หายากที่สุดในตระกูลพลูและมีราคาสูงมาก อาจพบเห็นได้บ้างและเป็นหนึ่งในไม่กี่สายพันธุ์ของมอนสเตอร่าที่พบในป่า ใบมีรูเฉพาะซึ่งกินพื้นที่ใบมากถึง 90% ดังนั้นจึงอ่อนโยนและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

การดูแลทั่วไป : เป็นพันธุ์ไม้ที่มีราคาแพง หายาก และอยู่ยาก จึงต้องเอาใจใส่และดูแลให้มาก รดน้ำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ดินชุ่มชื้นเล็กน้อย ไม่ควรให้โดนแสงแดดโดยตรง วางในที่แสงแดดส่องถึงและร่มเงาบางส่วนเท่านั้น

6. Monstera Pinnatipartita

Monstera ชนิดนี้ ใบมีขนาดไม่ใหญ่มากประมาณเท่าฝ่ามือ และมักมีรูที่ขอบใบ ก้านใบแข็งแรง มีสีเขียวสวยงาม ถือว่าเป็นของหายากอีกชนิดหนึ่ง แต่ก็เป็นที่ต้องการสูง

การดูแลทั่วไป : ง่ายต่อการดูแลและเติบโตในสภาพที่เหมาะสม ต้องใช้แสงแดดส่องถึงปานกลางถึงสว่าง ให้น้ำสัปดาห์ละครั้งหรือทุกสองสัปดาห์ เพื่อให้ดินมีความชื้นสม่ำเสมอ

7. Monstera Siltepecana

หากใครที่กำลังหามอนสเตอร่ามาปลูก Monstera Siltepecana ก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะใบมีลักษณะเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่ มีรูเล็ก ๆ และมีสีอ่อนกว่ามอนสเตอร่าชนิดอื่น ๆ มีทั้งเฉดสีเขียวเข้มและเขียวอ่อน สวยและหายากกว่าพันธุ์อื่นทำให้ราคาค่อนข้างสูง

การดูแลทั่วไป : ค่อนข้างหายากและปลูกค่อนข้างยาก ต้องการแสงแดดทางอ้อมหรือกรองแสง สามารถทนต่อสภาพในร่มโดยเฉลี่ย เติบโตได้ดีที่สุดในความชื้นที่สูงกว่า 60% และแม้ว่ามันจะชอบความชื้น แต่ก็ควรรดน้ำสัปดาห์ละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

วิธีปลูกมอนสเตอร่า

วิธีปลูกมอนสเตอร่า Monstera ขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ เพาะเมล็ด โดยนำเมล็ดแช่น้ำประมาณ 2 วัน แล้วฝังลงในดิน หากต้องการทาบกิ่งควรตัดใบออกให้หมด ตัดปลายลำต้นขึ้นมาประมาณ 1 นิ้ว แล้วปลูกลงดินโดยมีไม้ค้ำด้านข้างเพื่อรองรับลำต้น

ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนผสมวัสดุปลูก เช่น เพอร์ไลต์ ขุยมะพร้าว หรือกาบมะพร้าวสับ ควรระบายอากาศได้ง่ายและระบายน้ำได้ดี ไม่ควรให้ชื้นเกินไปจะทำให้รากเน่าได้

ราคา ต้นมอนสเตอร่า

มอนสเตอร์ มาในราคาที่แตกต่างกัน หากเป็นเมล็ดหรือต้นเล็กมีราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน แต่สำหรับต้นที่เลี้ยงยาก ฟอร์มดี ทรงสวย ต้นสมบูรณ์ ลายแปลก ๆ หรือจัดอยู่ในกลุ่มหายาก เช่น ไม้ใบด่าง เช่น Monstera Mint ราคาจะแพงกว่าแตะหลักแสนหรือหลักล้าน มากน้อยขึ้นอยู่กับความพอใจและการตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย

Monstera เป็นต้นไม่ปลูกในบ้านอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะปลูกประดับบ้านได้แล้วยังช่วยดูดซับสารพิษ และสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกอีกทางหนึ่งด้วย สนใจลองศึกษารายละเอียดก่อนปลูกต้น Monstera กันดูรับรองว่าคุณจะมีรายได้เข้ามาแบบรัว ๆ กันเลยทีเดียว

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา