5 สายพันธ์ุหญ้าปูสนาม ที่คนรักบ้านต้องรู้จัก ไม่พลาดในการนำมาตกแต่งบ้าน

หญ้าปูสนาม

หญ้าปูสนาม เป็นหนึ่งในวัสดุตกแต่งบ้านที่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งซื้อบ้านใหม่หรือซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านใหม่ การปลูกหญ้าไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากการดูแลหญ้าเป็นงานที่ท้าทาย โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีฝนตกและแดดออกไม่ตรงตามฤดูกาล ทำให้ต้องปรับตัวและทำการบ้านมาอย่างดีกับอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับการปลูกหญ้าในบ้าน

ดังนั้น เพื่อให้บ้านของเราดูดีและสวยงามที่สุด ควรรู้จักกับหญ้าที่ใช้ในการตกแต่งบ้าน เนื่องจากหญ้ามีหลายสายพันธุ์และแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะที่แตกต่างกัน และการดูแลรักษาก็ต้องทำอย่างถูกต้อง ควรรู้จักกับสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปูสนามหญ้าหรือใช้ในการตกแต่งสวนก่อน แต่ละสายพันธุ์ของหญ้ามีลักษณะ วัสดุปูพื้น และวิธีการปลูกและดูแลที่แตกต่างกัน เราพาทุกคนไปสำรวจสายพันธุ์หญ้าปูสนามยอดฮิต รวมถึงวิธีการเลือกสายพันธุ์หญ้า วิธีปลูกหญ้า และวิธีดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้คุณได้มีสนามหญ้าสวย ๆ ที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด

5 สายพันธุ์หญ้าปูสนาม ที่ได้รับความนิยม

1. หญ้าไทเป (หญ้ามาเลเซียแคระ)

 มีลักษณะคล้ายกับหญ้ามาเลเซีย แต่มีลำต้นเล็กกว่าและเลื้อยอยู่ใต้ดิน โผล่ขึ้นมาแค่ใบเท่านั้น ใบมีความหนาแน่นทำให้ไม่ต้องตัดแต่งบ่อย ๆ สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน รวมถึงดินเหนียวที่มีน้ำขังและตะไคร่ขึ้นเกาะ หญ้าไทเปชอบน้ำปานกลาง หากปลูกในพื้นที่ร่มจะให้สัมผัสไม่นุ่มเรียบเหมือนชนิดอื่น ๆ แต่ถ้าปลูกกลางแจ้งหรือในพื้นที่ที่แสงแดดส่องถึงจะให้สัมผัสขณะเหยียบที่นุ่มกว่า เหมาะสำหรับปลูกใช้เป็นลานหน้าบ้าน และสามารถปลูกไว้นานหลายปีได้โดยที่ไม่ต้องตัดบ่อย ๆ และไม่ต้องการการดูแลมากนัก

2. หญ้าญี่ปุ่น (หญ้าญี่ปุ่นใบกว้างและใบกลม)

มีถิ่นกำเนิดจากแถบตอนเหนือของประเทศจีนและคาบสมุทรเกาหลี มีลักษณะลำต้นตั้งแข็งทั้งบนดินและใต้ดิน ใบสีเขียวเข้ม มีลำต้นใต้ดินมาก เจริญเติบโตช้า แต่หากปลูกแล้วจะหนาแน่นมาก ต้องมีการตัดแต่งให้สั้นอยู่เสมอ สามารถปลูกในดินเหนียว ต้องการน้ำมาก แต่ไม่ชอบที่ชื้นหรือแฉะ ชอบแสงแดดจัด ทนต่ออากาศร้อนและแห้งแล้งได้ดี ทนต่อการเหยียบย่ำพอสมควร เหมาะสำหรับการปลูกในสวนหย่อมที่ต้องมีการตัดแต่งดูแลอยู่เสมอ

3. หญ้านวลน้อย 

เป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทยที่นิยมปลูกมากที่สุด มีลักษณะลำต้นตั้งและแข็งแรง ใบสีเขียวอ่อน ใบกว้างกว่าหญ้าญี่ปุ่น ไม่แข็งกระด้างและยืดหยุ่นดี เป็นหญ้าที่ง่ายต่อการขยายพันธุ์ และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ทนต่ออากาศร้อนและแห้งแล้งหรือน้ำท่วมขังแฉะได้เป็นครั้งคราว ชอบขึ้นในที่กลางแจ้งหรือในที่ร่มที่มีแสงแดดส่องถึงบ้าง ต้องการน้ำปานกลางแต่ควรรดอย่างสม่ำเสมอ ดูแลง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ 

4. หญ้ามาเลเซีย (หญ้ามาเลย์) มีลักษณะไม้ล้มลุก มีลำต้นเล็กแตกกิ่งสาขาปกคลุมดิน ใบสีเขียวเข้ม มีความหนาแน่นในการเจริญเติบโต สามารถปลูกได้ทุกสภาพดิน ชอบน้ำปานกลาง และโตเร็วจนอาจกลายเป็นวัชพืชในแปลงต้นไม้พุ่ม ดอกไม้ หรือแทรกตัวโตขึ้นตามถนนที่มีรอยแยกได้ เหมาะสำหรับการปลูกเป็นสนามหญ้าทั่วไป เช่น สนามกอล์ฟ สนามฟุตบอล สนามรักบี้ ในสวนสาธารณะ หรือปลูกเป็นพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของดินด้วย

5. หญ้าเบอร์มิวด้า (หญ้าแพรก) มีลำต้นแบนเล็ก ใบสีเขียวเข้ม เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด ต้องการความชื้นในปริมาณมาก และจำเป็นต้องมีการตัดแต่งให้สั้นอยู่เสมอ เหมาะสำหรับการปลูกในสวนหย่อมที่ต้องมีการตัดแต่งดูแลอยู่เสมอ

วิธีเลือกสายพันธุ์หญ้าให้เหมาะกับบ้าน

การเลือกปลูกหญ้าในบ้านของเราควรพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความต้องการของเราเอง แนวทางในการพิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

  • ความเหมาะสมของพื้นที่ ควรพิจารณาว่าจะปลูกหญ้าหรือสร้างสนามหญ้าบริเวณใดของบ้าน เนื่องจากแต่ละพื้นที่จะมีการรับแสงแดดและการเก็บน้ำชื้นแตกต่างกัน เช่น ด้านหน้าบ้าน ด้านข้างบ้าน พื้นที่กว้าง หรือมุมเล็ก ๆ ในสวน เพราะหญ้าบางชนิดชอบแดดจัด และบางชนิดก็โตเร็วเมื่ออยู่ในที่ร่ม
  • การดูแลรักษา แต่ละสายพันธุ์หญ้ามีการดูแลที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือการตัดแต่งหญ้าให้สวยงาม สั้นเตียน และไม่รกแข็ง
  • จุดประสงค์ของการใช้งาน ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าสวนของคุณมีจุดประสงค์เพื่ออะไร ถ้าต้องการสร้างสนามหญ้าให้เด็ก ๆ วิ่งเล่นได้ ควรเลือกสายพันธุ์ที่ทนต่อการเหยียบย่ำได้ดี หรือถ้าครอบครัวชอบการนั่งปิกนิกในสวน ควรเลือกสายพันธุ์ที่อ่อนนุ่ม นั่งแล้วไม่แข็งระคายผิว
วิธีปลูกหญ้า

วิธีปลูกหญ้า

การปลูกหญ้ามีหลายวิธีตามความสะดวก ความพอใจ และความต้องการของผู้ปลูก รวมถึงงบประมาณที่พร้อมใช้สำหรับการเตรียมดิน ค่าซื้อหญ้าพันธุ์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยทั่วไปมีวิธีการปลูกหญ้าที่นิยมใช้ดังนี้

  • การปลูกด้วยเมล็ดหญ้า วิธีนี้เป็นที่นิยมในต่างประเทศเนื่องจากมีความสะดวกและง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม จะต้องใช้ความตั้งใจในการดูแลอย่างเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเตรียมดินและการควบคุมวัชพืชและศัตรูพืชในดิน ในประเทศไทยยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากต้องสั่งซื้อเมล็ดหญ้าจากต่างประเทศ วิธีการปลูกคือ ต้องเตรียมดินให้พร้อม รดน้ำให้ชุ่มชื้น แล้วหว่านเมล็ดหญ้าที่ผสมกับทรายลงบนดิน สวนหิน หลังจากหว่านหญ้าเสร็จแล้ว สามารถใช้ขี้เลื่อยหว่านกลบหรือใช้ลูกกลิ้งขนาดเบา ๆ กลิ้งทับต้นหญ้า ในช่วงแรกควรประหยัดการรดน้ำ นอกจากในกรณีที่ดินแห้งจริง ๆ ค่อย ๆ รดน้ำ
  • การปลูกด้วยแผ่นหญ้า วิธีนี้ใช้หญ้าตัดเป็นแผ่น ๆ กว้าง-ยาวประมาณ 50 เซนติเมตร เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การปลูกด้วยวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องมีการเตรียมดินที่ดีด้วย มีความเหมาะสำหรับการปลูกหญ้าพันธุ์นวลน้อย หญ้าญี่ปุ่น และหญ้ามาเลเซีย วิธีการปลูกคือ หลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว ต้องเกลี่ยดินให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องการเล็กน้อย จากนั้นก็วางหญ้าลงไปโดยตรง สามารถเลือกวิธีการวางที่ชิดติดกันหรือห่างออกจากกันเล็กน้อยได้ หลังจากวางหญ้าเสร็จสิ้นแล้ว สามารถใช้ลูกกลิ้งที่มีน้ำหนักเบา ๆ กลิ้งทับเพื่อกดหญ้าให้ติดแน่น ควรวางแบบสลับกันเป็นแถวก่อน เพื่อป้องกันน้ำเซาะที่อาจทำให้ดินพังทลาย และหลังจากวางหญ้าเสร็จสิ้นแล้วควรรดน้ำให้ชุ่มชื้นเสมอ
  • การปลูกแบบหว่าน เป็นวิธีที่ใช้วัสดุเล็กน้อยและไม่ต้องใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม มีความเหมาะสำหรับการปลูกหญ้าพันธุ์เบอร์มิวด้า หญ้านวลน้อย หญ้านวลจันทร์ และหญ้าแพรก วิธีการปลูกคือ เตรียมดินแล้วรดน้ำให้ดินชุ่มชื้น ใช้ดินเลนจากท้องร่องลงบนสนามให้ทั่ว ๆ ไป จากนั้นนำลำต้นที่ปล่อยให้ยาวและตัดส่วนยอดที่มีใบแช่น้ำ แยกออกเป็นต้น ๆ จากนั้นนำไปหว่านลงในเลน ใช้ไม้ยาว ๆ กดต้นหญ้าให้ติดกับเลน และควรรดน้ำให้ชุ่มชื้นเสมอ
  • การปลูกโดยใช้ท่อนหญ้า (Sprigging) เหมาะสำหรับการปลูกหญ้าพันธุ์นวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าที่จะปลูกในพื้นที่ใหญ่ เนื่องจากการปูพรมด้วยวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก และควรใช้กับหญ้าที่เจริญเติบโตในแนวนอน วิธีการปลูกคือ เตรียมดินที่จะปลูก รดน้ำให้ชุ่มชื้น จากนั้นนำเลนจากท้องร่องมาฉาบบนดินเพื่อให้รากยึดดินได้ดี ตัดหญ้าจากแผ่นใหญ่ที่ซื้อมาให้เป็นแผ่นเล็กกว้าง-ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว จากนั้นนำไปจุ่มน้ำให้ชุ่มก่อน จากนั้นนำแผ่นหญ้าไปกองในเลน กดให้รากจับเลนให้แน่นติดดิน และต้องรดน้ำให้ชุ่มชื้นเสมอ
  • การปลูกแบบแยกต้นหรือการปักดำเป็นแถว วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีจำนวนพันธุ์หญ้าจำกัด อย่างไรก็ตาม การปลูกแบบนี้ใช้เวลานานกว่าจนหญ้าขึ้นเต็มพื้นที่ เหมาะสำหรับการปลูกหญ้าพันธุ์นวลน้อย หญ้านวลจันทร์ และหญ้าแพรก วิธีการปลูกคือ หลังจากปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้วให้รดน้ำจนชุ่ม ใช้ดินเลนจากท้องร่องลงบนสนามที่ต้องการปลูกให้ทั่ว จากนั้นทำเป็นร่องแถวยาว ๆ เว้นระยะห่างพอประมาณ จากนั้นนำหญ้ามาฉีกเป็นกอเล็ก ๆ และวางในร่องที่ขุดไว้ กดให้แน่น รดน้ำให้ดินชุ่มชื้นเสมอ และต้องตรวจสอบและถอนวัชพืชอยู่เสมอ

วิธีดูแลหญ้าให้สวยตลอดทั้งปี

เมื่อเราได้ปลูกหญ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลให้หญ้าสวยตลอดทั้งปีคือการรดน้ำอย่างถูกต้อง ควรรดน้ำในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่มีแสงแดดอ่อน ๆ และอากาศไม่ร้อนจัด เนื่องจากหากอากาศร้อน รากของหญ้าจะขาดอากาศและไม่สามารถดูดน้ำเข้าไปเลี้ยงลำต้นได้ ส่งผลให้หญ้าตายได้ ความถี่ในการรดน้ำขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของดิน ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวหรือฤดูแล้ง ดินจะขาดความชุ่มชื้น อาจรดน้ำวันละครั้ง แต่หากช่วงที่ดินชื้นสามารถเว้นวันรดน้ำได้

นอกจากนี้ การตัดหญ้าจะช่วยให้หญ้าเติบโตแน่น สวยงาม โดยควรตัดหญ้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง และหากเป็นช่วงฤดูฝนที่หญ้าจะเจริญเติบโตได้เร็วกว่าปกติ สามารถตัดหญ้าสัปดาห์ละ 1 ครั้งได้ สำหรับความสูงที่เหมาะสมของหญ้าแต่ละสายพันธุ์คือ หญ้าญี่ปุ่น หญ้าเบอร์มิวด้า และหญ้านวลน้อย ควรให้ความสูงอยู่ที่ 0.5-1 นิ้ว ส่วนหญ้ามาเลเซีย ควรให้ความสูงอยู่ที่ 1-2 นิ้ว

บทสรุป

หากคุณต้องการสนามหญ้าที่สวยงามเพื่อใช้ในการนั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ให้ความสดชื่นสบายตา หรือออกกำลังกายในบริเวณบ้าน ลองสำรวจสายพันธุ์หญ้าที่เราได้แนะนำ แล้วคุณสามารถเลือกปลูกหญ้าที่ตรงกับความชอบและการใช้งานของคุณได้เลย

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา