5 ไม้เลื้อยสำหรับปลูกเป็นซุ้มบังแดด เปลี่ยนกำแพงบ้านให้ดูร่มรื่น

ไม้เลื้อย

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาพรรณไม้เลื้อยทรงสวยเพื่อสำหรับปลูกเป็นซุ้มบังแดด ประดับตกแต่ง และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านของคุณ เพื่อให้สวยงามไม่เพียงแค่นั้น ยังช่วยให้ได้รับร่มเงาจากแสงแดด ลดความร้อนในตัวบ้านและช่วยฟอกอากาศให้สะอาดและสดชื่นอีกด้วย แต่ละพรรณไม้จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน พรรณไม้เลื้อยเหมาะสำหรับประดับซุ้มไม้เลื้อยในบริเวณบ้านหรือภายในสวนของคุณ เพื่อสร้างร่มเงาให้กับบริเวณสวนของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบรากหรือขนาดกิ่งหรือลำต้นที่ใหญ่มากที่จะกระทบต่อโครงสร้างอาคาร นอกจากนี้ยังสามารถตัดแต่งได้ง่าย ๆ และสามารถถอนได้โดยไม่ยากเช่นกัน ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับพันธุ์ไม้เลื้อยมงคลปลูกในบ้าน เรามาดูกันก่อนว่าพรรณไม้เลื้อยคืออะไรกันแน่ มาติดตามกันเลย

ไม้เลื้อย คืออะไร ?

ไม้เลื้อย เป็นพืชที่ไม่สามารถยืนตัวได้อย่างอิสระ ดังนั้น พวกมันจึงมีการเลื้อยรอบต้นไม้ใหญ่หรือวัตถุอื่นเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับการยึดตัวเพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างเหมาะสม ในธรรมชาติ พวกมันได้รับคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยในการเลื้อยและปรับตัวให้เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยให้ไม้เลื้อยได้รับแสงอย่างเต็มที่และไม่ถูกอุดตันในการเจริญเติบโต ด้วยเหตุนี้มีความหลากหลายของไม้เลื้อยในธรรมชาติมากกว่าไม้ประเภทอื่น ๆ

5 ชนิดของไม้เลื้อยที่ควรนำมาทำซุ้มบังแดด

ค้นหาวิธีให้บ้านและสวนของคุณสวยขึ้นได้อย่างง่ายดาย ด้วยการใช้ไม้เลื้อยที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นซุ้มบังแดดได้ ไม้เลื้อยนี้ไม่เพียงแค่สร้างเงาให้กับบ้านของเราเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอุณหภูมิในบริเวณในของพื้นที่ลง ลดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และให้กลิ่นหอมชื่นใจอีกด้วย ดังนั้นไม้เลื้อยที่มีประโยชน์มากมายและคุณสมบัติที่ครบครันเช่นนี้ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีในการเลือกปลูกซุ้มในสวนของคุณ

1. ม่านบาหลี 

ไม้เลื้อย ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการประดับตกแต่งสวน คือไม้เลื้อยที่มีรากอากาศที่ห้อยลงมาเหมือนม่านที่สามารถใช้รากเป็นที่บังแดดและสร้างบรรยากาศในสวนได้อย่างดีเยี่ยม ใบของไม้เลื้อยมีรูปร่างที่คล้ายหัวใจ และเมื่อไม้เลื้อยออกดอกจะเป็นช่อดอกสีขาวครีมที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เมื่อรากหรือม่านของไม้เลื้อยเริ่มเจริญเต็มที่ จะเปลี่ยนเป็นสีชมพูในช่วงแรก และเมื่อลำต้นเริ่มแข็งแรงเต็มที่แล้ว จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ควรรักษาและตัดแต่งกิ่งของไม้เลื้อยอยู่เสมอ เพื่อให้มีความเป็นระเบียบและไม่ให้มีสิ่งสกปรกเกิดขึ้น สำหรับรากของไม้เลื้อยหากตัดบ่อย ๆ จะส่งผลให้แตกใหม่และเปลี่ยนเป็นสีชมพูที่สวยงาม นอกจากนี้ ควรปฏิบัติการให้รากไม้เลื้อยไม่ยาวลงไปโดนน้ำบนพื้น เนื่องจากอาจทำให้รากเน่าได้ มักจะนิยมปลูกไม้เลื้อยเพื่อประดับตกแต่งในรูปแบบของซุ้ม หรือปลูกให้รากไม้เลื้อยเป็นแผงเพื่อกรองแสงแดด และเพื่อสร้างบรรยากาศในพื้นที่สวนให้มีเงามากขึ้น ซึ่งจะสร้างความร่มรื่นและเพิ่มความสดชื่นให้กับสวน

2. คอนสวรรค์

พืชชนิดหนึ่งที่เรียกอีกชื่อว่า “ต้นดาวนายร้อย” มีลักษณะเป็นพืชล้มลุกที่อายุสั้นและชอบแสงแดดสุด ๆ หลังจากที่มันออกดอกแล้วเถาของต้นดาวนายร้อยจะแห้งเหี่ยวลงไป เราสามารถรู้จักต้นดาวนายร้อยจากลำต้นขนาดเล็กเรียวที่มีผิวเกลี้ยง ใบของต้นดาวนายร้อยแตกเป็นแฉกและมีขนาดเล็กเลื้อยพันกันเป็นแผงม่าน พืชชนิดนี้จะออกดอกอย่างดกและบานพร้อมกันทั้งต้น ตามรั้วบ้านหรือซุ้มต่าง ๆ ที่ปลูกต้นดาวนายร้อย และอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือต้นดาวนายร้อยสามารถดึงดูดนกฮัมมิงเบิร์ดได้อย่างดี 

3. ต้นตีนตุ๊กแก 

พรรณไม้ต่างประเทศที่มักปลูกเกาะกำแพงเป็นไม้เลื้อยเป็นหนึ่งในพืชที่น่าสนใจอย่างมาก มีลักษณะเป็นเถาที่มีเนื้อแข็งและกิ่งเล็ก ใบของพรรณไม้เหล่านี้มักมีรูปร่างทรงรีหรือทรงไข่ โดยมีปลายแหลมและผิวหยาบ สีของพรรณไม้เหล่านี้อาจเป็นน้ำตาลแดงหรือสีเขียวเข้ม นอกจากนี้ พรรณไม้เหล่านี้ยังมีรากตามข้อใบซึ่งมีประโยชน์ในการเกาะผนังและเป็นตัวกรองสารอาหารอีกด้วย นอกจากนี้ผลของพรรณไม้เหล่านี้ทรงคล้ายกับระฆังและมีติ่ง ทำให้เหมาะสำหรับปลูกในดินที่มีความร่วนปนทราย ไม่เพียงแค่นี้เพียงพอแล้ว พรรณไม้เหล่านี้ยังสามารถฟอกอากาศเพื่อเพิ่มคุณภาพอากาศในบ้านได้อีกด้วย

4. ต้นเหลืองชัชวาล

ต้นเหลืองชัชวาลหรือแคทส์คลอว์มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยที่เติบโตเป็นกอสูงได้ถึง 2-3 เมตร โดยมีลำต้นเป็นไม้เนื้อแข็งขนาดเล็กถึงกลาง ใบของต้นเหลืองชัชวาลมีรูปร่างคล้ายนิ้วมือที่เป็นแบบนิ้วชี้เล็กน้อย โดยมีทรงไข่ที่ปลายแหลม โคนมน ขอบหยัก และแผ่นใบบางประมาณ ต้นเหลืองชัชวาลมักจะเกาะพันกับต้นไม้อื่น ส่วนใหญ่มักจะถูกปลูกเป็นไม้เลื้อยทำซุ้มหรือเกาะกำแพง ช่อกระจุกตามซอกใบและปลายยอด โดยมีรูปร่างทรงกรวยหรือแตรที่สวยงาม มีสีที่เป็นเหลืองสดใส ผลของต้นเหลืองชัชวาลเป็นฝักแบนโดยมีสีน้ำตาลอ่อน ต้นเหลืองชัชวาลสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด แต่จะชอบดินเหนียวหรือดินทรายเป็นพิเศษ

5. ต้นใบระบาด

ไม้มงคลที่ถือเป็นความเชื่อที่ให้ความสำคัญว่ายิ่งเราเลี้ยงให้มันแตกใบได้มากเท่าไร ก็จะเห็นเงินทองไหลมาถึงเรามากเท่านั้น โดยเมื่อไม้นี้เจริญเติบโตในระดับสูงสุด ลำต้นของมันจะมีความแข็งแรงอย่างยิ่ง ใบของมันจะมีขนาดกว้างถึง 12 เซนติเมตรขึ้นไป และมีรูปร่างที่คล้ายหัวใจสีเขียวเข้ม และอยู่ใต้ใบก็จะมีขนอยู่ด้วย ในช่วงเวลาที่มันจะออกดอกก็จะมีลักษณะเป็นช่อ และปลายดอกจะคล้ายปากแตรโดยมีสีม่วง มีผลเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างกลมและมีสีน้ำตาล

ไม้เลื้อยปลูกเก็บกินได้

ประเภทไม้เลื้อยปลูกเก็บกินได้ ทำซุ้มบังแดดก็ดี 

  1. ตำลึง เป็นไม้เลื้อยที่สามารถปลูกได้โดยง่ายและโตเร็ว ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาเลื้อยมือเกาะ ใบมีรูปร่างคล้ายหัวใจและมีดอกออกเป็นช่อสีขาว ผลมีรูปทรงกลมเรียวยาวและมีสีเขียวอ่อน อย่างไรก็ตามเมื่อผลสุกแล้วจะมีสีแดงระเรื่อดูสวยงาม
  2. บวบ มีสามชนิดคือ บวบเหลี่ยม บวบหอม และบวบงู มีลักษณะใบกว้างและเป็นรูปเหลี่ยม ปลายใบแหลมเรียว ออกดอกสีเหลืองตามง่ามใบ และมีผลเรียวยาว ผิวของบวบจะใช้แยกชนิดของบวบ และยังเป็นผักฤทธิ์เย็นและมีปริมาณน้ำมาก
  3. ถั่วพู มีหลายสายพันธุ์ ลำต้นหรือเถายาวไม่ต่ำกว่า 3 เมตร เป็นพืชที่มีลักษณะใบเรียวยาวและปลายใบแหลมอยู่ตามลำต้นอย่างเรียงสลับกัน ดอกของไม้เลื้อยนั้นจะออกเป็นช่อที่มีสีขาวอมส้ม ส่วนผลของไม้เลื้อยมีรูปร่างเป็นฝักที่ยาวและแบนตามลำต้น และเมื่อแยกฝักออกจะพบว่าฝักมีขอบแฉกอยู่ 4 แฉก มีขอบที่หยักภายในฝักจะประกอบไปด้วยเมล็ดถั่ว
  4. ถั่วฝักยาว เป็นพืชตระกูลถั่วมีเถาสีเขียวใบสีเขียว โคนใบแหลมเข้าหาก้านใบ ฝักเป็นทรงกลมขนาดเล็กเรียวยาว ด้านในมีเมล็ดถั่ว
  5. ขจรหรือสลิด ไม้เลื้อยชนิดนี้สามารถนำส่วนดอกมารับประทานได้ เมื่อแกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ มีสีเหลืองและส่งกลิ่นหอม

ข้อดีของการใช้ไม้เลื้อยทำซุ้มบังแดด

  1. ส่วนต่าง ๆ ของไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็นใบ กิ่งก้าน หรือดอก สามารถช่วยกรองแสงแดดที่เข้ามาตกตามผนังบ้านหรืออาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดการกระทบของแสงอาทิตย์และอุณหภูมิสูงในสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา โดยที่ไม้เลื้อยนี้จะทำหน้าที่เป็นฉนวนระหว่างผนังกับแสงแดดและความร้อน ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิสถานที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เรามีสภาพแวดล้อมที่เย็นขึ้น ไม้เลื้อยนี้ยังมีคุณสมบัติในการคายความร้อนออกไปอีกด้วย ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของความร้อนบนผนังหรือกำแพง สร้างสภาพแวดล้อมที่อุ่นอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศหรือระบบที่ใช้พลังงานมากขึ้น
  2. ใบพืชไม้เลื้อยทั้งหลายเป็นตัวกรองอันทรงพลัง โดยเฉพาะใบตีนตุ๊กแก ที่เป็นส่วนสำคัญของพืช ด้วยความหนาแน่นที่มีอยู่ มันสามารถช่วยกรองฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศได้อย่างดี เป็นตัวดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเติมออกซิเจนให้กับพื้นที่ที่มีการปลูกพืชอย่างเต็มที่
  3. ไม้บางชนิดสามารถป้องกันงูเข้ามาที่กำแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลที่พื้นผิวของต้นไม้เหล่านี้สามารถทำให้งูรู้สึกไม่สบายท้องเมื่อมันเลื้อยผ่านไป ทำให้งูไม่สามารถเลื้อยผ่านพื้นที่ที่มีต้นไม้เหล่านี้อยู่
  4. สร้างประสบการณ์ที่สดชื่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อให้เมืองใหญ่ที่มักจะขาดสีเขียวจากธรรมชาตินั้นได้รับประโยชน์มากขึ้น
  5. ต้นไม้หลายชนิดที่สามารถรับมือกับแสงแดดและอากาศร้อนที่บ้านเราได้มีอยู่มากมาย ยกเว้นต้นไอวี่ที่ชอบอากาศเย็นมาก จึงไม่เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่ที่มีแดดแรงหรืออากาศร้อนจัดเป็นพิเศษ

ปลูกไม้เลื้อย ต้องระวังอะไรบ้าง ?

หากใครอยากปลูกไม้เลื้อยรอบบ้านเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อบ้าน คุณควรคิดหาวิธีที่ดีที่สุด หนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพคือการใช้ลวดหรือตะแกรง เพื่อขึงไม้เลื้อยให้ห่างออกจากผนังประมาณหนึ่ง แล้วจึงปลูกไม้เลื้อยตามแนวนั้น โดยไม่ต้องปลูกลงบนผนังบ้านโดยตรง วิธีปลูกไม้เลื้อยริมรั้วนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผนังบ้านและป้องกันความชื้นที่อาจส่งผลร้ายต่อบ้านได้

การทำแบบนี้จะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากไม้เลื้อยที่เจริญเติบโตและแผ่ขยายตัวไปยังผนังบ้าน การขึ้นตั้งลวดหรือตะแกรงเป็นแนวห่างจะป้องกันไม้เลื้อยจากการสัมผัสกับผนังและรบกวนโครงสร้างของบ้านได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความชื้นที่อาจเกิดขึ้นจากต้นไม้เลื้อยหญ้าปูสนามที่ปลูกบนผนังบ้านโดยตรง ความชื้นอาจส่งผลร้ายต่อโครงสร้างของบ้านและเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายต่อใบไม้ที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง

สรุป

การใช้ไม้เลื้อยในการสร้างซุ้มบังแดดหรือการเปลี่ยนกำแพงบ้านให้ดูร่มรื่นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดและลดความร้อน นอกจากนี้ปลูกฟักทองยังช่วยเพิ่มความสวยงามและความเป็นส่วนตัวให้กับบริเวณพื้นที่ที่ต้องการ ให้ความรู้สึกเย็นสบายและสบายตามากยิ่งขึ้น

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา