8 ต้นไม้ยืนต้น ที่ออกดอกสวยงาม ปลูกง่าย ให้ร่มเงา นำไปตกแต่งสวนได้ทุกสไตล์

ต้นไม้ยืนต้น

ต้นไม้ยืนต้น สำหรับผู้ที่มีพื้นที่สวนที่กว้างขวางคงจะพิจารณาปลูกต้นไม้ยืนต้นเป็นตัวเลือกแรกในการจัดสวนและตกแต่งสวน เนื่องจากต้นไม้ประเภทนี้มักมีขนาดใหญ่และแข็งแรง ทนทาน และให้ร่มเงาที่ยอดเยี่ยม สำหรับผู้ที่สนใจที่จะปลูกต้นไม้ยืนต้นแต่ต้องการต้นไม้ที่มีความสวยงามและง่ายต่อการปลูกต้นไม้ยืนต้นปลูกในบ้าน ในบทความนี้เราจะแนะนำต้นไม้ยืนต้นที่สวยงามและง่ายต่อการเลี้ยงดูให้คุณได้รับรู้ หากคุณสนใจว่ามีต้นไม้ชนิดใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

ประโยชน์ของต้นไม้ยืนต้น

ต้นไม้ยืนต้น มีลักษณะที่ใหญ่โต เป็นไม้เนื้อแข็งและลำต้นที่ตรงเป็นต้นไม้เดียวและมีกิ่งก้านที่แตกออกมาในบริเวณยอด มีรากแก้วที่ช่วยให้มีความมั่นคงสูงกว่า 5 เมตร และมีอายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ต้นไม้ยืนต้น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสวนของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของร่มเงา ที่ช่วยป้องกันแสงแดดและเป็นที่อยู่อาศัยธรรมชาติสำหรับสัตว์หลายชนิด ไม่เพียงแค่นั้น ต้นไม้ยืนต้นยังเป็นจุดเด่นที่สร้างความสวยงามให้กับสวนไม้เลื้อย ซึ่งสามารถปลูกเป็นกลุ่มเรียงกันเพื่อใช้เป็นฉากหลังหรือเพื่อสร้างแนวกันลมได้อีกด้วย

ต้นไม้ยืนต้นออกดอกสวย

8 ต้นไม้ยืนต้นออกดอกสวย ปลูกง่าย ให้ร่มเงามีต้นอะไรบ้าง

ต้นไม่ยืนต้นที่เราอยากจะแนะนำมีด้วยกัน 8 ชนิดที่สามารถปลูกได้ง่าย และมีดอกที่สวยงาม แต่จะมีต้นอะไรบ้างไปดูกันเลย

1. ราชพฤกษ์

ต้นราชพฤกษ์หรือต้นคูน (Indian Laburnum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia fistula Linn. เป็นต้นไม้ประจำชาติของประเทศไทยและถือเป็นต้นไม้ยืนต้นมงคลที่เชื่อว่าหากปลูกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านจะช่วยเพิ่มความมั่งคั่งและเสริมสร้างชื่อเสียงให้กับผู้อยู่อาศัย

ต้นไม้ชนิดนี้มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ลำต้นตรงขึ้นไปสูงประมาณ 5-15 เมตร ใบมีสีเขียวเข้มและเป็นลักษณะมัน ที่โดดเด่นคือในพิธีสะเดาะเคราะห์มักจะใช้ใบของต้นราชพฤกษ์ในการใช้งาน เมื่อมาถึงช่วงเวลาของดอก จะมีขนาดใหญ่และมีสีเหลืองหรือสีเหลืองอมเขียวอ่อน ซึ่งดูโดดเด่นเพราะมีการรวมกันเป็นช่อที่ห้อยลงมาจากกิ่ง อย่างไรก็ตาม ดอกสามารถร่วงได้ง่าย การปลูกต้นราชพฤกษ์จะใช้วิธีการเพาะเมล็ดโดยเลือกเมล็ดจากฝักที่แก่แล้ว จากนั้นนำมาปลูกในดิน สำหรับการปลูกต้นราชพฤกษ์ สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดโดยทั่วไป โดยต้องการน้ำน้อยแต่ต้องการแสงแดดมากเพียงพอ

2. กัลปพฤกษ์

ต้นกัลปพฤกษ์ (Horse Cassia) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cassia grandis Linn. เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสวยงามและโดดเด่นอย่างมาก ตั้งอยู่ในกลุ่มของต้นไม้ที่ผู้คนสมัยก่อนเคารพนับถือว่าถ้าปลูกต้นกัลปพฤกษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะต้นกัลปพฤกษ์มีสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและถือเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามตำนานพระพุทธเจ้า

ต้นไม้มีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ใบเป็นแผงที่บางเรียบและปลายแหลม ส่วนดอกออกมาเป็นช่อตามกิ่งก้าน มีสีชมพูและขาว มีเกสรตัวผู้สีเหลืองตั้งอยู่กลางดอก และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกทั้งยังมีฝักกลม ๆ ยาว ๆ ซึ่งมีเมล็ดอยู่ด้านใน สำหรับการปลูกต้นกัลปพฤกษ์ ควรเตรียมดินร่วนทรายผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตราส่วน 2:1 และต้องการแสงแดดมากพอสมควร รดน้ำให้สม่ำเสมอเป็นระยะ 7-10 วันครั้ง และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 3-4 ครั้ง โดยทำเช่นนี้ก็จะมีต้นกัลปพฤกษ์ที่สวยงามเพิ่มเข้าไปในสวนเพื่อประดับสวนของเรา อย่างไรก็ตามควรปลูกต้นกัลปพฤกษ์ให้ห่างจากบริเวณบ้านเล็กน้อย เนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านแผ่กว้าง

3. เหลืองปรีดียาธร

ต้นเหลืองปรีดียาธร (Silver Trumpet Tree) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia argentea Britt. เป็นต้นไม้ยืนต้นขนาดเล็กที่ผลัดใบ ความสูงไม่เกิน 8 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นชั้น มีใบประกอบเป็นรูปร่างคล้ายนิ้วมือ มีสีเขียวซีดอ่อนและมีพรมคลุมที่นุ่มนวล ส่วนดอกมีสีเหลืองสดและออกมาเป็นช่อที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ โดยจะมีการบานมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม การปลูกและดูแลรักษาต้นเหลืองปรีดียาธรถือเป็นงานที่ง่าย เพราะต้นไม้เติบโตอย่างรวดเร็วและไม่ต้องการการดูแลมากมาย ต้องการดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดีและชอบแสงแดดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามดอกของต้นเหลืองปรีดียาธรจะร่วงบ่อยและมีจำนวนมาก ดังนั้นเราควรทำความสะอาดโดยการเก็บกวาดให้สะอาดเสมอเพื่อรักษาความสวยงามของสวน

4. หางนกยูงฝรั่ง

ต้นหางนกยูงฝรั่ง (Flamboyant, Flame tree) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Delonix regia (Bojer ex Hook.) Raf. เป็นต้นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางที่มีดอกสวยงามและโดดเด่นอย่างมาก สามารถขึ้นรูปลักษณ์เป็นร่มเงากว้างและกลมรูปคล้ายแผ่นประเภทผ้ายอด ใบของต้นหางนกยูงฝรั่งเป็นใบประกอบที่เรียงสลับกันสองชั้น ส่วนดอกออกมาเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีความหลากหลายสี เช่น สีแดงอมส้ม สีแดง สีส้ม และสีเหลือง โดยจะมีการบานมากในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน

สำหรับวิธีการปลูกและดูแลรักษาต้นหางนกยูงฝรั่งสามารถทำได้โดยการเพาะเมล็ด โดยขูดเปลือกเมล็ดออกบางส่วนก่อนเพราะเปลือกมีความหนา และหากไม่ขูดอาจทำให้การงอกเมล็ดช้าลงได้ โดยทั่วไปแล้วต้นหางนกยูงฝรั่งจะเติบโตอย่างรวดเร็วและไม่ต้องการการดูแลมากมาย สามารถเติบโตอย่างดีในดินทุกชนิด แต่ชอบดินที่มีการระบายน้ำดีโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังต้องการน้ำปานกลาง โดยควรเลือกที่ปลูกให้ห่างจากบ้านประมาณ 6-10 เมตร เนื่องจากต้นหางนกยูงฝรั่งมีลำต้นและรากที่ใหญ่ หากปลูกใกล้เกินไปอาจสร้างความเสียหายแก่บ้าน ดังนั้นควรปลูกให้ห่างจากบ้านอย่างน้อย 5 เมตร

5. ชมพูพันธุ์ทิพย์

ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ (Pink Trumpet Tree) หรือ ตาเบบูญ่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tabebuia rosea (Bertol.) DC. เป็นต้นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สามารถขึ้นรูปลักษณ์เป็นพุ่มหนา ๆ สูงประมาณ 8-12 เมตร กิ่งก้านแผ่ออกเป็นพุ่ม ใบของต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นใบผสมที่แผ่ออกมาคล้ายใบปาล์ม แต่จุดเด่นที่สำคัญคือดอกสีชมพูสวยงามที่จะร่วงลงบนพื้นเป็นเทศกาลดอกซากุระที่มีชื่อเสียงในประเทศญี่ปุ่น

ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นต้นไม้ที่ให้ร่มเงาอย่างมาก โตเร็ว แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศและไม่ค่อยเป็นโรคหรือถูกแมลงรบกวน สามารถรองรับได้ทุกสภาพดินและความชื้น โดยเฉพาะชอบดินที่มีการระบายน้ำและอากาศได้ดีโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตามควรปลูกให้ห่างจากบ้านประมาณ 1 เมตรหรือมากกว่านั้น เนื่องจากกิ่งก้านของต้นไม้เปราะบางและร่วงได้ง่าย อีกทั้งดอกยังกระจายอยู่บนพื้นมาก จึงควรปลูกให้ห่างเพียงพอดีและต้องหมั่นดูแลและทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอ

6. แก้วเจ้าจอม

ต้นแก้วเจ้าจอม (Lignum Vitae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Guaiacum officinale เป็นต้นไม้พุ่มทรงค่อนข้างกลม และออกดอกเดี่ยวเป็นกระจุกที่ปลายยอด ดอกของแก้วเจ้าจอมมีสีฟ้าอมม่วงหรือฟ้าคราม โดยมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีความสวยงามและสะดุดตามาก ๆ อีกทั้งยังสามารถนำผงจากดอกแก้วเจ้าจอมไปสกัดเป็นชาเพื่อบำรุงร่างกายได้เช่นกัน

สำหรับวิธีการปลูกและขยายพันธุ์แก้วเจ้าจอมนั้นมักทำด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากมีเมล็ดติดอยู่มาก โดยทั่วไปแล้วแก้วเจ้าจอมเป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ไม่ยาก และสามารถเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด การเลี้ยงให้โดนแสงแดดตลอดวันและต้องการน้ำปานกลาง อย่างไรก็ตามควรระวังที่จะไม่ปลูกใกล้ต้นไม้ชนิดอื่นมากเกินไป เพราะต้นแก้วเจ้าจอมมีการเติบโตช้า อาจทำให้ต้นไม้อื่นบดบังและไม่ให้แก้วเจ้าจอมสามารถเป็นพุ่มทรงได้ตามความต้องการ

7. ทองกวาว

ต้นทองกวาว (Flame of the Forest) หรือ ต้นจิกน้อย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea monosperma เป็นต้นไม้ที่คนไทยโบราณเชื่อว่าถ้าปลูกไว้ทางทิศใต้จะทำให้มีเงินทองไหลเข้าบ้านเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่มีความเชื่อมงคล และยังมีดอกที่สวยงาม โดยมีลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดกลาง ผลัดใบ สูงประมาณ 12-18 เมตร กิ่งก้านแตกออกไม่ค่อยเป็นระเบียบ ใบมีรูปร่างกลม และออกเป็นช่อ ส่วนดอกมีสีแดงส้มหรือสีส้มสด ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ ซึ่งจะออกเป็นช่อ ๆ และจะมีการบ่มเบาะแสงในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์

สำหรับการปลูกและการดูแล ควรผสมดินร่วนกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2:1 และควรเลือกตำแหน่งปลูกที่เหมาะสมเพื่อให้พุ่มของต้นทองกวาวมีพื้นที่เพียงพอ เนื่องจากเป็นต้นไม้ทรงพุ่มที่ใหญ่พอสมควร ส่วนให้น้ำควรรดประมาณ 7-10 วัน/ครั้ง และต้องการแดดจัดหรือแสงแจ้งในระยะเวลาทั้งวัน ในการใส่ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกประมาณ 3-5 ครั้งต่อปี

8. สารภี

ต้นสารภี (Salapee) หรือ ต้นกระถิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ochrocarpus siamensis เป็นต้นไม้ดอกขนาดกลางที่สูงประมาณ 12-20 เมตร เป็นไม้ยืนต้นที่ไม่ผลัดใบ ลำต้นตั้งตรงและมีความขรุขระเล็กน้อย กิ่งปลายมักจะห้อยลงสู่ลำต้น ใบมีรูปร่างเป็นรูปไข่ ส่วนดอกออกเป็นช่อเดี่ยวตามกิ่ง มีสีขาวและมีกลิ่นหอม ในส่วนกลางของดอกจะมีเกสรตัวผู้เป็นวงเล็ก ๆ สีเหลือง ตามความเชื่อของคนโบราณ การปลูกต้นสารภีที่บ้านจะทำให้ผู้ปลูกมีอายุยืนนาน และหากปลูกไว้ทางทิศตะวันออกจะช่วยเสริมดวงชะตาให้แข็งแรง ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อน และมีแต่ความสุข

สำหรับการปลูก ควรใช้ดินร่วนซุยที่มีความชื้นปานกลาง ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตราส่วน 1:3 ในส่วนของการเลือกสถานที่ปลูกต้นสารภี ควรเลือกที่ที่ได้รับแสงแดดอ่อน ๆ หรือปานกลาง และห่างจากบ้านเพียงพอสมควร สำหรับการให้น้ำควรรดต้นสารภีทุก ๆ 5-7 วัน และควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักปีละ 3-4 ครั้ง

สรุป

บอกได้เลยว่าต้นไม้แต่ละต้นที่เรานำเสนอพืชยืนต้นล้วนเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงทนทานและปลูกง่าย อีกทั้งยังมีดอกสวยงามที่สะดุดตามาก ๆ ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองหาต้นไม้ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ที่จะจัดสวนดี ๆ อย่าพลาดที่จะปลูกต้นไม้ยืนต้นเหล่านี้เพื่อความงดงามให้กับสวนของคุณ

บทความใกล้เคียง

ติดต่อเรา